มะมะ ตีเหล็กมันก็ต้องตีตอนร้อน เดี๋ยวงานเข้าก็อดเขียนบล็อกอีกละ

จริงๆเข้าไปอ่านในเว็บหลักเค้าก็อธิบายละเอียดดีนะครับ

งั้น พอแค่นี้ดีกว่า ปิดเอ็นทรี่นี้เลยก็แล้วกัน

5 5 5 5 5 5 5 5 5

 

 

วะวะ...วะ... ว่าไปนั่น!!!

นี่ตั้งใจมาเขียนนะเนี่ย

เข้าเรื่องเลยก็แล้วกันครับ

 

 

Source code ข้างล่างนี้เป็นตัวหลักๆที่ใช้งานครับ







มาอธิบายแต่ละส่วนกันก่อนดีกว่านะครับ

บรรทัดที่ 1 กับ 3 สองบรรทัดนี้เป็นจะเรียกว่าเป็น core ของ SyntaxHighlighter ก็ได้นะครับครับ

ส่วนบรรทัดที่ 2, 4, 5 สามตัวนี้เป็นส่วนประกอบในการแสดงผลโดยที่

  • บรรทัดที่ 2 เป็นตัวเรียก Theme ของ SyntaxHighlighter ครับ(คลิกดู Theme) เช่นถ้าผมอยากใช้ Theme ของ Django ผมก็ก๊อบเอา shThemeDjango.css ไปแทน shThemeEclipse.css ที่มีอยู่เดิมแค่นี้หละครับ
  • บรรทัดที่ 4 กับ 5 เป็นส่วนที่เรียกใช้งานการแสดงผลของภาษาต่างๆนั่นเอง (คลิกดูรายละเอียด) ในบล็อกนี้ผมเลือกให้แสดงเฉพาะ php, xml, html หรือ xhtml เป็นหลัก

แล้วถ้าตอนหลังต้องการแสดงผลภาษาอื่นด้วยล่ะ ?

ไม่ยากเลยครับ...ก็แค่เพิ่มภาษาที่ต้องการแสดงเข้าไปเท่านั้นหละครับ เช่น ตอนหลังผมต้องการแสดง JavaScript เพิ่ม ก็แค่เพิ่มโค้ดชุดนี้ลงไปก็เท่านั้นเอง


หรือถ้าขี้เกียจนัก (จิ้มมาตรงนี้แรงๆเลยครับ)

เข้าไปแล้วเลื่อนลงมาอีกนิดส์หนึ่ง จะเห็นกล่องสีเขียวๆ ก็ก๊อบมาทั้งหมดเลย

แล้วก็ตัดสองบรรทัดด้านล่างนี้ออกไป แค่นี้ก็ใช้งานได้แล้วล่ะเด้อ

SyntaxHighlighter.config.bloggerMode = true;
SyntaxHighlighter.config.clipboardSwf = 'http://alexgorbatchev.com/pub/sh/current/scripts/clipboard.swf';

 

 

 

เวลานำไปใช้งานทำยังไง ?

เวลาจะใช้งานนั้นก็แค่สร้าง Tag pre ขึ้นมาครับแล้วก็ใส่ class ให้กับมันเช่น

  //โค้ดภาษาต่างๆ เช่น
  

Hello world. สวัสดีชาวโลก

ตามตัวอย่างข้างต้นจะเป็นการแสดงในกลุ่มของ xml, xhtml, xslt, html, xhtml

ถ้าจะแสดงเป็น PHP ก็จะเป็นแนวๆนี้

  

แค่นี้เอง...หวังว่าคงจะสนุกกับ SyntaxHighlighter ไม่มากก็น้อยนะครับ

 

 

รายละเอียดส่วนที่เหลือ(ที่ผมยังไม่ได้พูดถึงอีกมาก) อ่านได้ตามเอกสารอ้างอิงได้เลยครับ

เอกสารอ้างอิง

จาก entry ที่แล้ว...เดือน สิงหาคม ... มาตอนนี้

งึมงำๆ งืมงำๆ (นับนิ้วใหญ่เลย)

...

หลายเดือนแล้วน่ะสิ...(แล้วจะนับนิ้วทำพ่องงง...โดนกระโดดถีบเลือดกลบปาก!!!)

กลับมาคราวนี้มาแบบสั้นๆครับ

$a=false;
$a===false? $a='if':$a='else';

แค่นีหละครับ if-else ของผมไม่ต้องมา เปิด-ปิด ปีกกาอะไรให้ยุ่งยาก

ว่าแล้วก็เผ่นดีก่า...ฟิ๊วววววววว(วิ่งหนีเกียร์หมาไปแว๊ววว)