เทคนิคเฟลิร์ต(Flirt)ของผู้หญิง ที่ผู้ชายน่าจะรู้
posted on 28 May 2008 13:59 by robocon in FreeStyle-My-Lifeดองเรื่องนี้ไว้เกือบอาทิตย์แล้วนะ...อิอิ....ได้ฤกษ์ซะที
วันนี้เลยแอบโดดงานมาเขียนเอ็นทรี่ นิโหน่ย
จะว่าไปก็คือ ทำงานเสร็จแล้วบางส่วน จะทำต่อก็มีต่อมขี้เกียจเข้ามาขวางทาง
(ท้องเริ่มหิวด้วยล่ะเออ...)
ก่อนจะเข้าเรื่องถ้ายังไม่รู้ว่า เฟลิร์ต(FLIRT) คืออะไร
ก็ จิ้มๆตรงนี้ เข้าไปอ่านก่อนเด้อค๊าบ
เอาล่ะ...หวังว่าคงจะเข้าไปอ่านกันแล้วนะ
แต่ก่อนอื่นใด ผมขอให้ เครดิต หน่อยก็แล้วกันจะได้รู้ที่มาที่ไปกัน
นิตยสาร Click Vol.3 Issue 18 May 2008 : Art on the plate
หาได้ตามร้าน 7-11 ทั่วเชียงใหม่ หรือ Clickที่นี่จ้า แหล่มไปเลยใช่มั้ยล่ะ
เข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน
Beginner flirt syllabus
1.ให้เฟลิร์ต ไม่ใช่ให้ท่า
หลายคนมักสับสนอยู่บ่อยครั้งว่า การหว่านเสน่ห์กับการให้ท่าทอดสะพานนั้น
คือเรื่องเดียวกันไม่ช่ายยย...การเฟลิร์ตไม่ใช่เรื่องของการแต่งตัวโป๊ไร้รสนิยม หัวร่อ
ต่อกระซิก หรือออกท่าออกทางเชื้อเชิญ เพราะผู้ชายมีสัญชาตญาณนักล่า ชอบไล่ตาม
ดังนั้น จงอย่าแบ...ไต๋เป็นอันขาด นักเฟลิร์ตที่ดีจะต้องรู้จักทำตัวให้น่าค้นหา
มีความล้งความลับ เล่นตัวพองาม และคาดเดาไม่ได้เขาจะรู้สึกท้าทายมาก
การเฟลิร์ตเป็นศาสตร์ที่ เก่าแก่สืบทอดมาช้านาน และค่อนข้างตายตัว แม้กระโปรงสาวสมัยนี้
จะร่นสั้นขึ้นเรื่อยๆ วิธีที่ง่ายที่สุดคือเรียนรู้จากผู้ที่ประสบความสำเร็จ หรือ จากตัวละคร
ที่เป็น "เป็นงาน" ในหนังที่เคยดู อย่างเช่น นางพยาบาลสาวนุ้ย จาก เพื่อนสนิท เป็นต้น

2.เฟลิร์ต ทำได้ทุกที่ ทุกเวลา
วะวะวะว้าว (กรุณาออกเสียงแบบในโฆษณาฮอลล์) นักศึกษาที่ดีจะต้องเตรียมพร้อมที่จะเฟลิร์ต
ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นที่โรงอาหาร ที่งานคอนเสิร์ตเด็กแนว หรืองานกีฬาสี หากไม่ฉวย
โอกาสไว้ก็ไม่ต่างจากคนที่สวยไปวันๆ ไร้แก่สาร จงหยิบฉวยสถานการณ์เหล่านี้เพื่อ
ปฏิบัติการในขั้นต่อไป นั่นคือ.....
<<< ไม่เกี่ยวกับเนื้อหาเลยนะภาพนี้อ่ะ
3.เปิดฉากสนทนา ถาม ให้ความเห็น และชมเชย
เป็นวิธีการที่โบราณและง่ายที่สุด แต่ก็ใช้ได้ผลที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัยเหมือนกัน
จงอย่าเขินอายที่จะเริ่มต้นบทสนทนา หากมัวแต่กลัวดอกพิกุลร่วง ชาตินี้อย่า
หวังว่าจะหาแฟนได้ ยกตัวอย่าง แกล้งขอความเห็นอะไรซักอย่าง อะไรก็ได้ที่จะง้างปากให้เขาพูด
ยิ่งเป็นคำถามแบบเปิดยิ่งดี จากนั้นให้ความเห็นเล็กน้อย จริงๆแล้วเราไม่จำเป็นต้องพูด
กับเขาโดยตรงด้วยซ้ำก็ได้ ยกตัวอย่างระหว่างรอลิฟต์ ลองพูดเปรยๆ กับเป้าหมายเช่น
"ลิฟต์ตัวนี้ได้ข่าวว่าเจ๊งบ่อยมาก น่ากลัววันนี้จะเจ๊งอีกเพราะคนเยอะ วันไหนคนเยอะๆ
มันมักจะรวนว่าไหมคะ" เป็นต้น อย่าลืมทำเป็น สเต็ป คือ ถาม ให้ความเห็นเล็กน้อย และ
ตบท้ายด้วยการชมอะไรสักอย่างในตัวเขา เช่น "นาฬิกาสวยดีนะคะ ของอะไรน่ะ"
หรือ "ตัดผมใหม่หรอคะ หน้าดูเด็กลงเลยอ่ะ" เป็นต้น จิตวิทยาง่ายๆ ทุกคนชอบแสดง
ความเห็น และรู้สึกปลื้มกับคำชม แต่จุดนี้อย่าชมเว่อร์ เพื่อนๆจะดูสตรอเบอรี่ทันที
4.หมั่นฝึกไว้ เดี๋ยวได้เหรียญทอง (นั่นแหละ)
แม้จะสวยหรือมั่นขนาดไหน ถ้าไม่แรดจริง เราทุกคนล้วนจะกังวล วางตัวไม่ถูก
ทำอย่างไรจึงจะดึงความสนใจจากหนุ่มที่ปิ๊งๆ กันทั้งนั้น แต่คิดดูดีๆ ก็ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหาย
ทำไมเราจะต้องให้คนอื่นมามีอิทธิพลกับเราขนาดนั้นด้วยล่ะ เพื่อนๆ อาจคิดว่าคงน่าอายมาก ๆ
ถ้าเราไปเฟลิร์ตด้วยแล้วเขาไม่หือไม่อือ จริงๆแล้ว ฝ่ายโน้นต่างหากที่ไร้มารยาท ข้อเท็จจริง
อีกอย่างที่น่าสนใจก็คือ ไม่มีใครตายเพราะหน้าแตก ตรงกันข้ามกลับได้รับประสบการณ์
ที่เพิ่มมากขึ้น คิดได้อย่างนี้แล้วจงหมั่นฝึกฝน เข้าตำรายิ่งฝึกยิ่งเก่ง ยิ่งชินยิ่งชิลล์

(ชักจะเหมือนเสี่ยวป้อไปทุกวันแล้วนะ...เจ้าของบล็อคนี้)
5.เปิดใจให้กว้าง
ท้ายที่สุด หากเพื่อนๆ ยังไม่รู้สึกพร้อมที่จะเปิด ตัวเองสำหรับศาสตร์นี้
จะด้วยความเป็นหญิงไทยใจงาม กุลธิดา ที่ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่ยังแบเบาะหรืออะไรก็ตามแต่
ก็ไม่ได้นำพา....เห้ยไม่ใช่....ไม่ได้หมายความว่าเราจะไม่มีวันทำได้
คนเราจะดูน่าเข้าหาก็ด้วยท่าทางที่เป็นมิตร ฝึกเปิดใจให้กว้าง
จำไว้ว่าการเฟลิร์ตไม่ใช่เรื่องเสียหายหรือน่าอาย แต่เป็นอะไรที่สนุก
ไม่มีใครเสีย และดีกับเราทุกคน พี่ขอฟันธง

เอาล่ะครับเป็นยังไงกันบ้างเอ่ย
หนุ่มๆก็คงจะรู้แล้วล่ะสินะว่าต้องทำตัวยังไง
ถ้ามีสาวๆมาเฟลิร์ต...อยู่ข้างๆ
ส่วนสาวๆที่ยังไร้เดียงสากันอยู่ฝึกไว้ก็ไม่เสียหายอะไรนะครับ ผมว่าหนุ่มติดตรึมซะอีก
ของอย่างนี้ผมคงจะบอกอะไรได้ไม่มากเท่าไร(ก็ผมเป็นผู้ชายนี่หว่า)
คงจะต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์(ในทางที่ดีนะ)กันไปก็แล้วกันนะครับ
วันนี้มาอึ๊บบล็อคแค่นี้ล่ะครับ
บ๋ายบาย..จ้า




#1 By mnop on 2008-05-28 14:34